2. ตรวจสอบร่องรอยความเก่า ถึงแม้เพชรส่วนใหญ่จะมีอายุกว่าหนึ่งพันล้านปี แต่ก็ดูจะสวยน่าภาคภูมิมากกว่าผู้สวม ใช้แว่นขยายส่องดูพื้นผิวของหิน ถ้่าเห็นรอยขีดข่วนหรือตำหนิ ก็เป็นไปได้ว่าหินนั้นจะเป็นของปลอม แต่ถ้ามีรอยแตกภายในหิน นั่นอาจเป็นหลักฐานชี้ว่า นั่นอาจเป็นเพชรแท้ (ส่องด้วยกล้องขยาย 10 เท่า)
3. มองทะลุด้านหลัง ของปลอมจะใสจนมองทะลุได้ ลองเอาเพชรวางคว่ำกับตัวหนังสือ จะอ่านตัวหนังสือไม่รู้เรื่อง ถ้าอ่านได้ไม่ใช่เพชรแท้
4. มองผ่านน้ำ ลองเอาใส่แก้วน้ำดู หินปลอมบางอย่าง เช่น ผลึกเซอร์โคเนียม จะดูเหมือนหายไปในแก้วน้ำ ขณะที่เพชรแท้จะมองเห็นได้ชัดแจ๋ว
5. อังไอน้ำ ตั้งกาต้มน้ำและรอจนกระทั่งน้ำเดือด เอาคีมหนีบ “เพชร” ของเราไปอังตรงไอน้ำที่พวยพุ่งออกมา เพชรปลอมจะมีไอน้ำเกาะนานกว่าหนึ่งหรือสองวินาที
6. ดูความแวววาว เพชรส่วนใหญ่จะส่องประกาย หรือกลายเป็นสีฟ้าเมื่อเอาไปส่องในแสงมืดจากหลอดไฟแล็กไลท์ ถ้าเพชรของเราไม่เรืองแสง ก็อาจเป็นแค่หินที่มีคุณสมบัติพิเศษ หรือไม่ก็เป็นเพชรปลอม
7.ดูเขม่าไฟ ถ้าไหม้จะเกิดเขม่าไฟ แต่เช็ดออกได้หมด
8.ชั่งน้ำหนัก เพชรจริงจะมีน้ำหนักเบากว่าผลึกเซอร์โคเนียมที่มีขนาดเท่ากันมาก แต่จะหนักกว่าเพชรปลอมอื่นๆประมาณ 2 เท่า
9.นำไฟฟ้า แต่ไม่นำความร้อน
ขอบคุณข้อมูลจาก http://talentteam.spaces.live.com/blog/ และ http://www.hisojewelry.co

